เอ็กโก กรุ๊ป ผนึกสถาบันสิ่งแวดล้อมไทยและองค์กรภาคีที่เกี่ยวข้องชู 21 โรงเรียนต้นแบบลดโลกร้อน ด้วยวิถีพอเพียง เปิดประตูห้องเรียนสู่ชุมชน
  24 สิงหาคม 2554
   
   
 

บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็กโก กรุ๊ป ร่วมกับสถาบันสิ่งแวดล้อมไทยและองค์กรภาคีที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) โครงการวิจัยเศรษฐกิจพอเพียง สำนักทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ และศูนย์จิตตปัญญาศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดตัวโรงเรียนต้นแบบ       ลดโลกร้อน ด้วยวิถีพอเพียง 21 แห่งจากทุกภูมิภาค พร้อมมอบประกาศเกียรติคุณโรงเรียนที่ร่วมโครงการฯ ซึ่งได้น้อมนำ “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” มาพัฒนาการจัดการเรียนรู้ในโรงเรียน     เชิงลึก ผลักดันการทำงานร่วมกันระหว่างครู-นักเรียน-ชุมชน เพื่อให้แนวคิด ‘ลดโลกร้อน ด้วยวิถีพอเพียง’ เกิดขึ้นในห้องเรียนและเข้าสู่วิถีชุมชน   ด้าน สพฐ.เตรียมนำผลงานนิทรรศการร่วมโชว์ในงานสัมมนาผู้บริหารโรงเรียนในฝันระหว่างวันที่ 25-27 ส.ค.นี้

ดร.สกุล พจนารถ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานกลยุทธ์และบริหารองค์กร เอ็กโก กรุ๊ป เปิดเผยว่า เอ็กโก กรุ๊ป ในฐานะผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่รายแรกของประเทศไทย ตระหนักดีถึงบทบาทของบริษัทที่ต้องดำเนินธุรกิจผลิตไฟฟ้าด้วยความใส่ใจกับสิ่งแวดล้อม ชุมชน และสังคม โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเอ็กโก กรุ๊ป ได้ดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ภายใต้ทัศนคติ “ต้นทางดี จะก่อกำเนิดผลลัพธ์ปลายทางที่ดี” โดยให้ความสำคัญกับทุกสิ่งทุกอย่างที่ต้นทางเสมอ นับตั้งแต่การดูแลความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมในกระบวนการผลิตไฟฟ้า ตลอดจนร่วมกับชุมชนและสังคมดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นและของประเทศ ผ่านการส่งเสริมให้ผู้คนได้ตระหนักรู้ถึงคุณค่าและความสำคัญ หรือที่เรียกว่า “ปลูกต้นจิตสำนึกลงในใจคน” โดยเฉพาะเยาวชน ซึ่งเป็นต้นทาง...เป็นกำลังสำคัญของชาติในอนาคต

เอ็กโก กรุ๊ป และสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ดำเนินโครงการฯ ด้วยความเชื่อมั่นร่วมกันว่า “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” คือทางออกของการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนในปัจจุบัน ซึ่งตลอดระยะเวลาในการดำเนินโครงการกว่า 4 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ พ.ศ. 2551 - 54  ผู้บริหาร คณะครู และนักเรียนของโรงเรียน 21 แห่ง       ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ) ซึ่งประกอบด้วย โรงเรียนจากภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคใต้ตอนบน และภาคใต้ตอนล่าง ภูมิภาคละ 3 แห่ง ได้มุ่งมั่นสร้างสรรค์แนวทางในการน้อมนำปรัชญาแห่งความพอเพียงเพื่อประยุกต์ใช้เรียนรู้เรื่องสิ่งแวดล้อมได้อย่างชัดเจนและเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งมีความหลากหลายกันออกไปตามบริบทของแต่ละโรงเรียน


“ประสบการณ์การเรียนรู้ของทุกโรงเรียน จะครอบคลุมทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ ด้านการบริหารจัดการ ด้านการบูรณการในสาระการเรียนรู้ ด้านกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน และด้านการขยายผลสู่ชุมชนใกล้เคียง  ซึ่งผมเชื่อมั่นว่า ประสบการณ์การเรียนรู้ของทุกโรงเรียน จะมีคุณค่าต่อการพัฒนางานด้านอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสำหรับโรงเรียนและผู้สนใจทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะเป็น “ต้นแบบ” ของความร่วมมือสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อมที่ดี ด้วยการร่วมใจปรับเปลี่ยนวิธีคิดและวิถีชีวิต โดยมีความรู้ความเข้าใจในคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติเป็นพื้นฐาน และเป็น “ต้นทาง” ที่จะส่งผลให้เกิด  พลังร่วมในการปลูกจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อมให้ดำรงอยู่ตลอดไปอย่างยั่งยืน” ดร.สกุลกล่าว

ขณะที่ ดร.จำเนียร วรรัตน์ชัยพันธ์ ผู้อำนวยการอาวุโส สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย กล่าวว่า การพัฒนาโรงเรียนต้นแบบลดโลกร้อน ด้วยวิถีพอเพียง เป็นการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางในการดำเนินงาน พร้อมสร้างกระบวนการเรียนรู้ การใช้ชีวิตแบบพอเพียง ซึ่งเป็นการดำเนินชีวิตที่เรียบง่ายและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านกิจกรรมการเรียนการสอนและกิจกรรมการเรียนรู้นอกห้องเรียน รวมถึงกิจกรรมที่เชื่อมประสานชุมชนให้เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้กับเยาวชน ซึ่งทำให้การจัดการเรียนรู้ของโรงเรียนดำเนินไปโดยให้ความสำคัญกับการมีวิถีชีวิตที่คำนึงถึงการรักษาสิ่งแวดล้อมและตระหนักถึงวิกฤตการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน จนสามารถเป็นโรงเรียนต้นแบบ “ลดโลกร้อน ด้วยวิถีพอเพียง” 

“การเป็น ‘ต้นแบบ’ นั้นสามารถเป็นได้ทั้งแม่แบบ และเป็นได้ทั้งแรงบันดาลใจ ซึ่งต้นแบบในฐานะ          แรงบันดาลใจ ไม่จำเป็นต้องมีบทบาทในการบอกกันหรือสอนกันตรงๆ แต่เป็นสิ่งที่เมื่อใครเห็นหรือรับรู้แล้ว รู้สึกยินดี รู้สึกเชื่อมั่น และเกิดเป็นแรงบันดาลใจที่จะดำเนินการตามแนวทางนั้นได้”

ด้านนางวาทินี ธีระตระกูล ที่ปรึกษาสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ  กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการในฐานะหน่วยงานหลักในการพัฒนาคน สร้างเยาวชนให้มีคุณภาพของประเทศ ได้ตระหนักและเห็นคุณค่าในปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จึงมีนโยบายที่จะจัดการเรียนรู้ตามรอยพระยุคลบาทเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง โดยอัญเชิญมาให้เป็นหลักในการพัฒนาคนที่มีคุณภาพ สามารถพึ่งตนเองได้        เกิดความพอมีพอกิน พอมีพอใช้ โดยใช้หลักความพอประมาณ คำนึงถึงความมีเหตุผล มีภูมิคุ้มกันที่ดี และมีคุณธรรมเป็นกรอบในการดำเนินชีวิตและเป็นพลเมืองดีของชาติ

การดำเนินโครงการลดโลกร้อน ด้วยวิถีพอเพียง เป็นการสนับสนุนงานตามภารกิจและนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการในการพัฒนานักเรียนให้เป็น “นักเรียนพอเพียง” ที่ไม่เพียงแต่เน้นคุณสมบัติด้านสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่โดยเนื้อหาของโครงการ กิจกรรมและผลงานของโรงเรียนที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นโรงเรียนต้นแบบ ยังแสดงให้เห็นถึงการสร้างนักเรียนให้มีคุณสมบัติครบทั้ง 4 ด้าน คือ ด้านวัฒนธรรม ด้านวัตถุ ด้านสังคม และ ด้านสิ่งแวดล้อม และที่สำคัญยังเป็นการเปิดโอกาสให้นักเรียน ได้ร่วมคิด     ร่วมดำเนินการ และร่วมชื่นชมในความสำเร็จ พร้อมทั้งสร้างเยาวชนที่กล้าคิด กล้าทำ และกล้าแสดงออก

กระทรวงศึกษา โดยคณะทำงานโรงเรียนในฝัน ได้รับทราบผลงานและมีส่วนร่วมในการติดตามผลงานของโรงเรียนต้นแบบฯ มาโดยตลอด จึงได้นำผลงานของโรงเรียนในโครงการฯ เสนอเป็นนิทรรศการในงานสัมมนาผู้บริหารโรงเรียนในฝัน รุ่นที่ 1 รุ่นที่ 2 และรุ่นที่ 3 ในระหว่างวันที่ 25-27 สิงหาคม 2554 โดยในงานจะมีผู้บริหารโรงเรียนเข้าร่วมประมาณ 2,500 คน ซึ่งถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญของการนำเสนอผลงานที่เป็นแบบอย่างที่ดีในการดำเนินงานเศรษฐกิจพอเพียงกับสิ่งแวดล้อมในโรงเรียน และยังเป็นการขยายผลงาน     ลดโลกร้อน ด้วยวิถีพอเพียง ให้รู้จักอย่างกว้างขวางมากขึ้น