| นโยบายด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย |
| |
| เอ็กโก กรุ๊ป เชื่อมั่นว่า ความปลอดภัยและอาชีวอนามัยเป็นความรับผิดชอบพื้นฐานของบริษัทและเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กร จึงกำหนดนโยบายที่จะเอื้ออำนวยให้พนักงานและคู่สัญญาปฏิบัติงานอย่างปลอดภัยและเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดย |
1. เราจะพยายามป้องกันอุบัติเหตุ การบาดเจ็บและความเจ็บป่วยเนื่องจากการปฏิบัติงานด้วยความร่วมมืออย่างจริงจังของบุคลากรทุกคน
รวมทั้งจำกัดและควบคุมความเสี่ยงในการปฏิบัติงานที่ไม่ปลอดภัย |
2. เราจะให้ความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐบาลและองค์กรอื่น ในการระงับเหตุฉุกเฉินหรืออุบัติเหตุอันเกิดจากการปฏิบัติงานด้วยความรวด
เร็วมีประสิทธิภาพ และระมัดระวัง |
3. เราจะปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับต่างๆ ในเรื่องความปลอดภัยอย่างเคร่งครัดและจะนำมาตรฐานการจัดการเกี่ยวกับความปลอดภัย
ที่น่าเชื่อถือมาใช้บังคับในกรณีที่ยังไม่มีกฎหมายและข้อบังคับกำหนดใช้อยู่ |
4. จัดให้มีการออกแบบเครื่องมือ อุปกรณ์ การจัดทำระเบียบปฏิบัติ การวางแผนดำเนินการ และการฝึกอบรมพนักงานให้มีความรู้ความ
เข้าใจและได้รับข้อมูลข่าวสารที่เพียงพอในเรื่องความปลอดภัยในการทำงานเพื่อป้องกันอันตรายอันอาจเกิดจากเครื่องจักร วิธีการ
ทำงานหรือโรคภัยต่างๆ |
5. พนักงานที่รายงานตัวเข้าทำงานโดยมีสารเสพติดผิดกฎหมายอยู่ในระบบร่างกายหรือมีฤทธิ์สุรา หรือ
สารเสพติดอื่น ๆ ในระดับที่สามารถทำให้การปฏิบัติงานเสียหายได้ จะต้องได้รับโทษทางวินัย |
| |
| เพื่อพัฒนาการดำเนินงานตามนโยบายดังกล่าวให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน และครอบคลุมถึงโรงไฟฟ้าที่จะเกิดขึ้นใหม่ในอนาคต ตั้งแต่ปี 2548 เป็นต้นมา กลุ่มบริษัทจึงได้กำหนดโครงการกลยุทธ์เกี่ยวกับการจัดทำระบบการจัดการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม ในแผนธุรกิจและแผนงบประมาณ โดยได้แต่งตั้งคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม ขึ้น ประกอบด้วยผู้แทนจากบริษัทในกลุ่มบริษัท โดยในปัจจุบันมีผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่-บริหารโครงการ สายงานบริหารสินทรัพย์และแผนงานเป็นประธาน คณะกรรมการฯ จะทำหน้าที่พิจารณากำหนดแนวทางการจัดทำแผนงาน(Action Plan) ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมของบริษัทในเครือเอ็กโกกรุ๊ป ให้สอดคล้องกับนโยบาย เป้าหมาย และแผนกลยุทธ์ รวมทั้งจัดให้มีการดำเนินการติดตามประเมินผลด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง |
| |
ทั้งนี้ หลักการสำคัญในการบริหารงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม เอ็กโก กรุ๊ป อยู่บนพื้นฐานของการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม ระหว่างกันภายในกลุ่มบริษัท โดยมีโรงไฟฟ้าขนอมและโรงไฟฟ้าระยองเป็นต้นแบบในการดำเนินงาน และถ่ายทอดไปยังโรงไฟฟ้าอื่นๆ ในกลุ่ม ภายใต้การบริหารงานของคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม
เอ็กโก กรุ๊ป เพื่อพัฒนามาตรฐานการดำเนินงานในกลุ่มบริษัท พร้อมไปกับการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการจัดการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม |
| |
คณะกรรมการฯ ได้ร่วมกันพิจารณากำหนด ข้อกำหนดระบบการจัดการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม เอ็กโก กรุ๊ป อันประกอบด้วยข้อกำหนดด้านความปลอดภัย ข้อกำหนดด้านอาชีวอนามัย และข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อลดและควบคุมความเสี่ยงอันตรายของผู้ปฎิบัติงานและผู้เกี่ยวข้อง เพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานขององค์กร และแสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ข้อกำหนดนี้ยังเป็นการเตรียมความพร้อมของกลุ่มบริษัท ที่จะนำไปใช้ในการตรวจประเมินภายใน และรองรับการตรวจประเมินจากหน่วยงานภายนอกที่ตรวจประเมินเพื่อรับรองระบบ หรือการพัฒนาในระดับที่สูงขึ้น พร้อมกันนี้ คณะกรรมการฯ ได้จัดทำ คู่มือการจัดทำระบบการจัดการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม เอ็กโก กรุ๊ป เพื่อเป็นแนวทางให้แก่บริษัทในกลุ่มในการพัฒนาระบบการจัดการภายในให้มีมาตรฐานเดียวกันและมีความสอดคล้องกัน และ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ได้ลงนามประกาศใช้อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2549 |
| |
| ระบบการจัดการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม เอ็กโก กรุ๊ป |
| |
| ระบบการจัดการความปลอดภัย อาชีวอนามัย สิ่งแวดล้อม ของโรงไฟฟ้าในกลุ่มบริษัท ประกอบด้วย 3 ขั้นตอนสำคัญ ดังนี้ |
| |
 |
| |
| การบริหารจัดการทรัพยากร |
| |
| การอนุรักษ์พลังงาน |
| โรงไฟฟ้า เป็นอุตสาหกรรมที่ต้องใช้พลังงานเป็นจำนวนมาก เอ็กโก กรุ๊ป จึงให้ความสำคัญกับ
การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งในด้านการลดใช้พลังงานโดยใช้อุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพสูงและการบำรุงรักษา อุปกรณ์ต่างๆ ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานอยู่เสมอ อาทิ การปรับปรุงโคมให้มีประสิทธิภาพ
สูง ติดตั้ง Timer เพื่อปิดไฟลงในช่วงเวลาพักเที่ยง ใช้บัลลาสต์อิเล็กทรอนิคส์แทนบัลลาสต์โลว์ลอส เป็นต้น |
| |
| การจัดการทรัพยากรน้ำ และการบำบัดน้ำจากกระบวนการผลิต |
| เอ็กโก กรุ๊ป ให้ความสำคัญกับการใช้น้ำอย่างคุ้มค่า นอกเหนือจากความพยายามลดปริมาณการ
ใช้น้ำเพื่อลดการใช้ทรัพยากรตั้งแต่ต้นทางแล้ว ได้มีการนำมาตรการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในระบบปรับปรุงคุณภาพน้ำให้มีความเหมาะสมกับลักษณะของน้ำ กล่าวคือ ใช้ระบบตะกอนเร่ง บำบัดน้ำเสียจากอาคารและสำนักงาน และใช้ระบบ Neutralization บำบัดน้ำเสียที่ปนเปื้อนสารเคมีจากกระบวนการผลิต ควบคู่ไปกับการปฎิบัติตามแผนการจัดการคุณภาพน้ำอย่างเคร่งครัด ดังนี้ |
- ตรวจเช็คคุณภาพน้ำอย่างสม่ำเสมอ เป็นประจำทุกเดือน เพื่อให้คุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานก่อนปล่อยออกสู่แหล่งน้ำธรรมชาติเพื่อ
ป้องกันและลดผลกระทบต่อแหล่งน้ำ |
- ตรวจสอบสภาพการทำงานของระบบปรับปรุงคุณภาพอย่างสม่ำเสมอ ทุก 3 เดือน หากมีระบบใด
ชำรุด หรือเสียหายจะเร่งดำเนินการปรับ
ปรุงแก้ไขเพื่อให้สามารถบำบัดน้ำเสียได้อย่างมีคุณภาพ |
| - ใช้น้ำที่ผ่านการบำบัดแล้วให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น ใช้ในการเลี้ยงปลา และรดน้ำต้นไม้ที่อยู่
ในพื้นที่โรงไฟฟ้า |
| |
| การจัดการมลภาวะทางอากาศ |
| ด้วยความใส่ใจในการควบคุมกระบวนการผลิตอย่างใกล้ชิดและมีประสิทธิภาพ เป็นผลให้คุณภาพ
อากาศที่ปล่อยจากปล่องระบายอากาศของโรงไฟฟ้าเอ็กโก กรุ๊ป อยู่ในเกณฑ์ที่ดีกว่าคุณภาพมาตรฐานอากาศที่กฎหมายอนุญาตให้ปล่อยออก ทั้งนี้ กลุ่มบริษัทยังได้ดำเนินการแผนการจัดการคุณภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง ดังนี้ |
| - ตรวจวัดคุณภาพอากาศจากปล่องระบายอากาศเป็นประจำทุก 6 เดือน |
| - ตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานของอุปกรณ์บำบัดอากาศเสีย ทุก 3 เดือน |
| - พัฒนาประสิทธิภาพการจัดการคุณภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง |
| |
| การจัดการมลภาวะทางเสียง |
| โรงไฟฟ้าของเอ็กโก กรุ๊ป มีการตรวจวัดความดังของเสียงในพื้นที่ปฏิบัติงาน เป็นประจำทุก
3 เดือน โดยกำหนดจุดตรวจวัดไว้ 3 จุด ได้แก่ ณ จุดกำเนิดเสียงภายในโรงไฟฟ้า ภายในห้องควบคุมในโรงไฟฟ้า และบริเวณบ้านพักพนักงาน ซึ่งพบว่าภายในห้องควบคุมในโรงไฟฟ้าและบริเวณบ้านพักพนักงาน มีค่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่กฎหมายกำหนด ส่วนระดับเสียง ณ จุดกำเนิดเสียงภายในโรงไฟฟ้า ในสภาพความเป็นจริงของการปฎิบัติงาน จะถูกควบคุมให้มีค่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่กฎหมายกำหนด กล่าวคือหากผู้ปฏิบัติงานจะต้องปฎิบัติงานในจุดดังกล่าว จะต้องสวมใส่อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล เพื่อลดความดังของเสียงที่ผู้ปฎิบัติงานจะได้รับ โดยได้มีการติดตั้งป้ายเตือนและกำหนดเป็นข้อบังคับให้ผู้ปฎิบัติงานทุกคนยึดถือปฏิบัติ |
| |
| การจัดการวัสดุเหลือใช้ |
| ด้วยความใส่ใจในการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า โรงไฟฟ้าของเอ็กโก กรุ๊ป จึงได้กำหนดวิธีการ
ควบคุม และจัดการวัสดุเหลือใช้ ขยะมูลฝอย และกากของเสียอื่นๆ ภายโรงไฟฟ้าโดยยึดหลักการสำคัญ ดังนี้ |
- ให้พนักงานทุกคนปฎิบัติงานและทำกิจกรรมทุกประเภทโดยให้เกิดขยะมูลฝอยน้อยที่สุดและให้นำขยะบางประเภทกลับมาใช้ประโยชน์
อีก |
| - มีการจัดการขยะอย่างถูกต้อง เริ่มต้นตั้งแต่การแยกประเภทขยะ วิธีการจัดเก็บ การขนถ่าย
รวมทั้งการกำจัดที่เหมาะสมและถูกวิธี |
- สำหรับขยะปนเบื้อนและกากของเสียที่อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ได้ว่าจ้างบริษัทผู้เชี่ยวชาญ
นำไปกำจัดต่อไป โดยคำนึงถึงการ
กำจัดที่สอดคล้องกับกฎหมายสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องเป็นสำคัญ |
| |
| |
| โครงการด้านสิ่งแวดล้อม |
| |
| นอกจากเอ็กโก กรุ๊ป จะให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม โดยพัฒนาระบบการจัดการที่มีประสิทธิภาพและปฎิบัติตามอย่างเคร่งครัดแล้ว ยังส่งเสริมให้โรงไฟฟ้าของกลุ่มบริษัทดำเนินโครงการต่างๆ เพื่อเสริมสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีให้กับโรงไฟฟ้าและชุมชนโดยรอบอย่างต่อเนื่อง อาทิ |
| |
| โครงการเพี่มพื้นที่สีเขียว ปี 2549-2556 ของโรงไฟฟ้าระยอง |
| เนื่องจากการผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยก๊าซธรรมชาติ จะมีการปล่อย Exhaust Gas ที่มีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่บรรยากาศ โรงไฟฟ้าระยองจึงเริ่มโครงการเพิ่มพื้นที่สีเขียวรอบบริเวณโรงไฟฟ้า เพื่อดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดจากกระบวนการผลิตให้มากที่สุด โดยดำเนินโครงการต่อเนื่องในระยะยาว 8 ปี มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มพื้นทีสีเขียวปีละ 1 แปลงๆ ละประมาณ 15 ไร่ รวมทั้งโครงการ 120 ไร่ ทั้งนี้ ภายใต้หลักการของกลไกการพัฒนาที่สะอาด (Clean Development Mechanism) ที่กำหนดขึ้นภายใต้พิธีสารเกียวโต |
| |
| โครงการเพิ่มชีวิตให้ท้องน้ำ ของโรงไฟฟ้าขนอม |
ด้วยสถานที่ตั้งที่อยู่ติดกับท้องทะเล โรงไฟฟ้าขนอมจึงได้ริเริ่มให้มีการเลี้ยงปลากระพงในทางระบายน้ำ
หล่อเย็นจากโรงไฟฟ้าขนอม โดย
เลี้ยงครั้งละ
5,000 ตัวปีละ 2 ครั้ง เมื่อปลากระพงสามารถเจริญเติบโตได้ดีแล้ว จึงปล่อยสู่ท้องทะเล ทั้งนี้เพื่อเป็นหลักประกันถึงการดูแลรักษาสภาพแวดล้อมภาย
ในโรงไฟฟ้าและช่วยเพิ่มผลผลิตพันธุ์ปลากะพงที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจลงสู่ท้องทะเลมากขึ้นอีกทางหนึ่ง |
| |
| โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณชายเขา ของโรงไฟฟ้าขนอม |
| โรงไฟฟ้าขนอม เล็งเห็นความสำคัญของการเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนและคุณค่าของต้นไม้ประจำถิ่น
จึงริเริ่มโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณชายเขา โดยปลูกต้นไม้ประจำจังหวัดภาคใต้ 14 จังหวัด รวม 14 ชนิด เพื่อรวบรวมพันธุ์ไม้ที่เป็นต้นไม้ประจำจังหวัดมาปลูกบริเวณพื้นที่สีเขียวริมเขาชัยสน นอกจากจะช่วยเพิ่มความสวยงามและเป็นจุดพักผ่อนหย่อนใจสำหรับพนักงานและประชาชนแล้ว ยังสามารถเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับต้นไม้ประจำถิ่นให้กับชุมชนด้วย |
| |
| |
| โครงการด้านความปลอดภัย |
| |
| เอ็กโก กรุ๊ป ดำเนินกิจกรรมด้านความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ โดยถือว่าเป็นภารกิจหนึ่งของพนักงานตลอดจนผู้รับเหมา ที่จะต้องให้ความสำคัญและมีส่วนร่วม อาทิ การซ้อมแผนฉุกเฉิน อพยพหนีไฟประจำปี กิจกรรมอบรมการใช้อุปกรณ์ด้านความปลอดภัยและเครื่องมือป้องกันอุบัติภัย กิจกรรมตรวจสอบความปลอดภัยของสถานที่ทำงานอย่างสม่ำเสมอ กิจกรรมนิทรรศการสัปดาห์ความปลอดภัย ทั้งในสถานประกอบการ และหน่วยงานภายนอกต่างๆ กิจกรรมกระตุ้นจิตสำนึกความปลอดภัย กิจกรรมอบรมผู้รับเหมาก่อนเข้าปฏิบัติงาน กิจกรรมการสอบทานความปลอดภัย (SAFETY AUDIT) เป็นต้น |
| |
| |
| โครงการด้านอาชีวอนามัย |
| |
| เอ็กโก กรุ๊ป ให้ความสำคัญกับการดูแลด้านอาชีวอนามัย โดยได้จัดดำเนินการอย่างต่อเนื่อง อาทิ การตรวจสุขภาพประจำปีสำหรับพนักงาน โครงการรณรงค์ให้พนักงานร่วมออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ โดยจัดสถานที่ออกกำลังกาย เพื่อให้พนักงานสามารถออกกำลังกายได้ทุกวัน สนับสนุนงบประมาณการดำเนินกิจกรรมให้กับชมรมกีฬา เพื่อการดำเนินกิจกรรมเสริมสร้างสุขภาพให้แก่พนักงาน โครงการประกันชีวิตและสุขภาพแก่พนักงานและครอบครัวพนักงาน กิจกรรม Sport day เป็นต้น |
| |
| |
| |