EN | TH
Business News
03 August 2026

รัฐมนตรีอุตสาหกรรมและการค้า สปป.ลาว ศึกษาดูงานระบบท่อส่งน้ำมันและ คลังน้ำมัน TPN จ.ขอนแก่น เสริมความร่วมมือพลังงานไทย-ลาว

20260803_TPN_01.jpg

นายมะไลทอง กมมสิทธิ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) 
พร้อมด้วย นางครองขนิษฐ รักษ์เจริญ เอกอัครราชทูตไทย ณ นครหลวงเวียงจันทน์ เยี่ยมชมระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อและการบริหารจัดการคลังน้ำมัน ดำเนินงานโดย บริษัท ไทย ไปป์ไลน์ เน็ตเวิร์ค จำกัด (Thai Pipeline Network) หรือ TPN จ.ขอนแก่น เพื่อศึกษาดูงานระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อและการบริหารจัดการคลังน้ำมันของ TPN ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศไทย และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการบริหารโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน เพื่อยกระดับความร่วมมือและการพัฒนาระบบโลจิสติกส์พลังงานระหว่างไทยและ สปป.ลาว

โดยมี นายณฐนน ฉัตรแก้ว กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทย ไปป์ไลน์ เน็ตเวิร์ค จำกัด (TPN) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารบริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO Group นำโดย นายสมเกียรติ สุทธิวานิช รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานบัญชีและการเงิน และ นายประสิทธิ์ เลาหวิรภาพ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานพัฒนาธุรกิจในประเทศ ร่วมทั้งคณะผู้บริหารกลุ่ม ปตท. ประกอบด้วย นายพิรุณ กริ่มวงษ์รัตน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารกลยุทธ์กลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) นายทรงพล เทพนำโสมนัสส์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจต่างประเทศ และนายพิมาน พูลศรี รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR) นายพีรเวท ณ ระนอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท พีทีที ลาว จำกัด (PTT LAO) ร่วมให้การต้อนรับ

ทั้งนี้ บริษัท ไทย ไปป์ไลน์ เน็ตเวิร์ค จำกัด (TPN) เปิดให้บริการขนส่งน้ำมันทางท่อ เส้นทางจากสระบุรีไปขอนแก่น รวมระยะทาง 342 กม. รองรับปริมาณการขนส่งน้ำมันได้กว่า 7,300 ล้านลิตร/ปี และมีความจุถังเก็บรวม 157 ล้านลิตร ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่ง ลดต้นทุน และเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ

EGCO ถือหุ้นในสัดส่วน 44.59% ใน TPN โดยระบบขนส่งน้ำมันทางท่อไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมาช่วยเสริมทัพธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวเนื่อง ในกลุ่มธุรกิจเชื้อเพลิงและสาธารณูปโภคของบริษัท ซึ่งจะช่วยลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 80,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี โดยคาร์บอนเครดิตจะเป็นของผู้มาใช้บริการระบบขนส่งน้ำมันทางท่อและคลังน้ำมันของ TPN และยังสอดคล้องกับเป้าหมายระยะยาวของบริษัท ในการบรรลุการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593 (ปี ค.ศ.2050) ขณะที่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ได้เข้าลงทุนใน TPN ผ่านบริษัทโมดูลัส เวนเจอร์ (Modulus Venture) ในสัดส่วน 55.41% มูลค่ารวมไม่เกิน 2,200 ล้านบาท เพื่อเพิ่มศักยภาพการบริหารจัดการด้านโลจิสติกส์พลังงาน ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และลดอุบัติเหตุจากการขนส่งทางรถ สนับสนุนการเติบโตธุรกิจ Mobility ของ OR ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงการส่งออกผลิตภัณฑ์น้ำมันไปยัง สปป. ลาว

การเยี่ยมชมครั้งนี้จึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการตอกย้ำศักยภาพของโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของไทย และส่งเสริมความร่วมมือเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน