ธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวเนื่อง

ธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวเนื่อง

นอกจากธุรกิจไฟฟ้าแล้ว เอ็กโก กรุ๊ป ยังประกอบธุรกิจด้านพลังงานที่เกี่ยวเนื่อง ได้แก่ ธุรกิจให้บริการด้านพลังงาน และธุรกิจเหมืองถ่านหิน 

  1. ธุรกิจให้บริการด้านพลังงาน

    เอ็กโก ถือหุ้นในบริษัท เอ็กโก เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ เซอร์วิส จำกัด (เอสโก) ในสัดส่วนร้อยละ 100 เพื่อให้บริการด้านการเดินเครื่อง บำรุงรักษา วิศวกรรม และก่อสร้าง แก่อุตสาหกรรมประเภทต่างๆ ได้แก่ โรงไฟฟ้า โรงงานปิโตรเคมี โรงกลั่นน้ำมัน และโรงงานอุตสาหกรรมด้านอื่นๆ โดยครอบคลุมการให้บริการต่างๆ ดังนี้

    • งานเดินเครื่องและบำรุงรักษา

      ด้วยประสบการณ์และความชำนาญของทีมงาน เอสโกสามารถให้บริการงานซ่อมและบำรุงรักษาที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมหลากหลายประเภท เช่น งานบำรุงรักษาตามแผนที่กำหนด งานบำรุงรักษาตามสัญญา งานแก้ปัญหาที่จำเป็นเร่งด่วน รวมทั้งการให้บริการตรวจซ่อมฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งเอสโกมีความชำนาญ ทั้งในด้านงานบำรุงรักษาอุปกรณ์เครื่องกล อุปกรณ์ไฟฟ้า อุปกรณ์ตรวจวัด และระบบควบคุม

    • งานบำรุงรักษา

      เอสโกมีวิศวกรที่มีประสบการณ์ยาวนานทั้งด้านพัฒนาโครงการ บริหารโครงการ งานวิศวกรรมออกแบบ จัดหาและก่อสร้าง ตั้งแต่โครงการขนาดเล็กถึงขนาดกลาง เช่น งานขยายระบบหรือปรับปรุงโรงไฟฟ้า สถานีไฟฟ้าแรงสูง สถานีไฟฟ้าย่อย สถานีสูบน้ำ เป็นต้น โดยสามารถรับผิดชอบในงานโครงการทั้งหมด ตั้งแต่งานเตรียมพื้นที่ งานโยธา งานโครงสร้าง งานท่อ งานติดตั้งและทดสอบอุปกรณ์ งานไฟฟ้า งานระบบควบคุม และเครื่องมือวัด

    • งานวิศวกรรมและก่อสร้าง

      เอสโกมีความชำนาญในการเดินเครื่องและบำรุงรักษา ทั้งโรงไฟฟ้าพลังความร้อน และโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม โดยสามารถให้บริการครอบคลุมตั้งแต่ระยะเริ่มต้น คือ การทดสอบอุปกรณ์และตรวจรับโรงไฟฟ้า จนถึงขั้นตอนการเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ ด้วยพนักงานที่มีประสบการณ์และผ่านการฝึกอบรมมาเป็นอย่างดี นอกจากนี้ เอสโกยังให้บริการอื่นๆ เช่น งานด้านฝึกอบรม งานบริการด้านเทคนิค และงานทดสอบเฉพาะทาง เป็นต้น

  2. ธุรกิจเหมืองถ่านหิน

    เอ็กโก กรุ๊ป ถือหุ้นทางอ้อมในบริษัท พีที มานัมบัง เมารา อีนิม จำกัด (เอ็มเอ็มอี) ในสัดส่วนร้อยละ 40 โดยเอ็มเอ็มอีเป็นเจ้าของเหมืองถ่านหินชนิดเปิด “มานัมบัง เมาราอีนิม” ตั้งอยู่ที่เมืองเมาราอีนิม จังหวัดสุมาตราใต้ ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งได้รับสัมปทานจากรัฐบาลอินโดนีเซีย เป็นระยะเวลา 28 ปี ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2553 ถึงเดือนมีนาคม 2581 มีปริมาณถ่านหินสำรอง 140 ล้านตัน โดยมีปริมาณการขายในปี 2559 จำนวน 1.12 ล้านตัน