ข่าวสารและความเคลื่อนไหว

เอ็กโก กรุ๊ป โดยมูลนิธิไทยรักษ์ป่า จับมือ อช.ดอยอินทนนท์ ปรับปรุงเส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน มุ่งรักษาระบบนิเวศป่าเมฆ พร้อมส่งเสริมจิตสำนึกรักษ์ป่าต้นน้ำอย่างยั่งยืน

18 กุมภาพันธ์ 2563

บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็กโก กรุ๊ป โดยมูลนิธิไทยรักษ์ป่า องค์กรสาธารณกุศลซึ่งก่อตั้ง  และสนับสนุนการดำเนินงานโดยเอ็กโก กรุ๊ป เพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าต้นน้ำและความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่สำคัญของประเทศให้เกิดความยั่งยืน จับมืออุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และกลุ่มมัคคุเทศก์ท้องถิ่น ปรับปรุงเส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ หลังเปิดให้บริการเส้นทางฯ มากว่า 20 ปี เพื่อรักษาระบบนิเวศป่าเมฆ 1 ใน 3 แห่งของประเทศ ซึ่งเป็นป่าต้นน้ำสำคัญในพื้นที่สูงสุดของประเทศไทย ควบคู่กับการปลูกจิตสำนึกรักษ์ ป่าต้นน้ำอย่างยั่งยืนแก่เยาวชน ประชาชน และนักท่องเที่ยว โดยได้จัดพิธีส่งมอบเส้นทางฯ กิ่วแม่ปาน ที่ปรับปรุงใหม่ ให้แก่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับเกียรติจาก นายคมสัน สุวรรณอัมพา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมในพิธี

 

นายธงชัย โชติขจรเกียรติ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สายบริหารองค์กร เอ็กโก กรุ๊ป และกรรมการมูลนิธิไทยรักษ์ป่า กล่าวว่า เอ็กโก กรุ๊ป ตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติ และกำหนดให้การเป็นสมาชิกที่ดีของสังคมและใส่ใจต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม เป็นหนึ่งในพันธกิจขององค์กรตั้งแต่เริ่มดำเนินกิจการ ในปี 2535 โดยอนุรักษ์ดูแลป่าต้นน้ำ ตลอดจนส่งเสริมจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อมในใจเยาวชน มาโดยตลอด ต่อมา ในปี 2545 ได้ก่อตั้งมูลนิธิไทยรักษ์ป่า ด้วยเจตนารมณ์ที่จะสนับสนุนการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าต้นน้ำและความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ป่าต้นน้ำสำคัญของประเทศให้เกิดความยั่งยืน ซึ่งการพัฒนาเส้นทางศึกษาธรรมชาติให้เป็นแหล่งเรียนรู้ระบบนิเวศป่าต้นน้ำ เป็นหนึ่งในภารกิจที่มูลนิธิไทยรักษ์ป่าได้สานต่อการดำเนินงานจากเอ็กโก กรุ๊ป มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เยาวชน ประชาชน และนักท่องเที่ยว มีความรู้ ความเข้าใจ ได้รับแรงบันดาลใจที่จะต่อยอดการเรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติ และตระหนักในคุณค่าของป่าต้นน้ำและร่วมรักษาไว้เพื่อส่งต่อให้คนรุ่นต่อไป

 

“กิ่วแม่ปานเป็นป่าเมฆและป่าต้นน้ำสำคัญในพื้นที่สูงสุดของประเทศไทย เป็นต้นกำเนิดแม่น้ำปิง ที่ไหลรวมเป็นแม่น้ำเจ้าพระยา และมีความหลากหลายทางชีวภาพสูง ควรค่าแก่การอนุรักษ์ จึงเป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติแห่งแรกที่เอ็กโก กรุ๊ป ร่วมกับกรมป่าไม้ บุกเบิกขึ้นในปี 2540 เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้ป่าต้นน้ำของประเทศ และปี 2550 มูลนิธิไทยรักษ์ป่าได้พัฒนาเส้นทางฯ ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น จนถึงปัจจุบัน นับเป็นเวลากว่า 20 ปี ที่เส้นทางฯ กิ่วแม่ปานได้ทำหน้าที่ห้องเรียนธรรมชาติ สำหรับเยาวชน ประชาชน และนักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันสภาพเส้นทางฯ และระบบนิเวศมีการเปลี่ยนแปลง ทั้งจากสภาพภูมิอากาศ และการรองรับผู้คน จึงเป็นที่มาของการปรับปรุงเส้นทางฯ ร่วมกับอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ภายใต้แนวคิด ลดผลกระทบต่อระบบนิเวศ โดยยังคงความกลมกลืนกับธรรมชาติ ให้มีความปลอดภัย มีมาตรฐาน และส่งเสริมการเรียนรู้ ตามที่เคยดำเนินการมาตลอด โดยในปี 2562 มูลนิธิฯ ได้ปรับปรุงเส้นทางฯ กิ่วแม่ปาน และป้ายสื่อความหมายธรรมชาติตลอดเส้นทาง ตลอดจนพัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับการลงทะเบียนจองคิวและเดินในเส้นทาง เพื่อส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจ และปลูกจิตสำนึกรักษ์ป่าต้นน้ำ ตลอดจนรักษากิ่วแม่ปานให้เป็นแหล่งเรียนรู้ระบบนิเวศป่าเมฆและป่าต้นน้ำสำคัญของประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป” นายธงชัย กล่าวเสริม

 

นายกริชสยาม คงสตรี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ กล่าวว่า อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ มีความสำคัญเชิงนิเวศ เป็นพื้นที่ที่มีพืชเฉพาะถิ่น เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าสงวน เป็นต้นน้ำหลักของจังหวัดเชียงใหม่ และเป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่ได้รับความนิยมลำดับต้นๆ จากนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวไม่ต่ำกว่า 2 แสนคน เดินทางมาศึกษา ท่องเที่ยว ชมความงามของธรรมชาติป่าเมฆและป่าต้นน้ำแห่งนี้

 

“อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อให้เกิดความยั่งยืน โดยอุทยานฯ เอ็กโก กรุ๊ป และมูลนิธิไทยรักษ์ป่าได้ร่วมมือกันพัฒนาและปรับปรุงเส้นทางศึกษาธรรมชาติต่างๆ ในพื้นที่อุทยานฯ มาอย่างต่อเนื่องยาวนาน ในปี 2562 อุทยานฯ จึงร่วมกับมูลนิธิไทยรักษ์ป่า ภายใต้การสนับสนุนของเอ็กโก กรุ๊ป และกลุ่มมัคคุเทศก์ท้องถิ่น ปรับปรุงเส้นทางฯ กิ่วแม่ปาน อีกครั้งหนึ่ง เพื่อลดผลกระทบต่อระบบนิเวศ และปรับปรุงป้ายสื่อความหมายธรรมชาติตามจุดต่างๆ ที่ชำรุดทรุดโทรม ให้พร้อมใช้งาน เพื่อช่วยเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ ในความสำคัญและคุณค่าของระบบนิเวศป่าต้นน้ำที่สำคัญของภาคเหนือ และก่อให้เกิดความตระหนักที่จะร่วมดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติต่อไป” นายกริชสยามกล่าว

 

นางสาวมานนีย์ พาทยาชีวะ เลขาธิการมูลนิธิไทยรักษ์ป่า กล่าวว่า การพัฒนาเส้นทางศึกษาธรรมชาติให้เป็นเสมือนห้องเรียนที่มีชีวิตนั้น ความกลมกลืนและเป็นมิตรกับธรรมชาติ ความปลอดภัย มีมาตรฐาน เป็นไปตามกฎระเบียบของอุทยานฯ และส่งเสริมการเรียนรู้ เป็นสิ่งที่มูลนิธิไทยรักษ์ป่าให้ความสำคัญมาโดยตลอด สำหรับเส้นทางฯ กิ่วแม่ปาน ซึ่งปัจจุบันมีประเด็นด้านผลกระทบต่อระบบนิเวศนั้น ทำให้การปรับปรุงครั้งนี้ มูลนิธิฯ ให้ความสำคัญกับการลดผลกระทบเพื่อความยั่งยืนของระบบนิเวศเป็นลำดับแรก ทั้งนี้ ภายใต้การสนับสนุนของเอ็กโก กรุ๊ป มูลนิธิฯ ได้ร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ บริษัท ป่าเหนือ สตูดิโอ โดยอาจารย์จุลพร นันทพานิช สถาปนิกนักอนุรักษ์ และชุมชนมัคคุเทศก์ท้องถิ่น สำรวจระบบนิเวศและผลกระทบที่เกิดขึ้น และสรุปร่วมกันทำทางเดินยกระดับ หรือ  บอร์ดวอล์ค โดยใช้เข็มเหล็กเจาะเฉพาะจุดเป็นฐานราก ซึ่งเป็นวิธีที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศน้อยที่สุด รวมถึงใช้แผ่นไม้เนื้อแข็งเป็นทางเดิน เพื่อความกลมกลืนกับธรรมชาติ ซึ่งทางเดินยกระดับนี้ ช่วยลดการเดินบนพื้นดินโดยตรง แก้ปัญหาหน้าดินแน่นแข็ง ที่ทำให้น้ำไม่ซึมผ่านไปยังใต้ดิน อันเป็นสาเหตุของน้ำท่วมขังและการชะล้างหน้าดินซึ่งมีแร่ธาตุต่างๆ เมื่อฝนตก นอกจากนั้น ยังช่วยเปิดพื้นที่ให้พืชพันธุ์ต่างๆ เติบโต  คลุมดินได้ และเป็นทางผ่านสำหรับสัตว์ขนาดเล็กด้วย

 

นอกจากการปรับปรุงเส้นทางฯ แล้ว มูลนิธิฯ ยังได้จัดทำป้ายสื่อความหมายธรรมชาติใหม่ตลอดเส้นทาง ตั้งแต่ การทบทวนประเด็นและข้อความในการสื่อความหมาย การเปลี่ยนวัสดุของป้ายให้มีความทนทานต่อสภาพอากาศที่มีความชื้นสูงมากขึ้น ตลอดจนร่วมกับอุทยานฯ พัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับการลงทะเบียนจองคิวและเดินในเส้นทาง ซึ่งจะอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยว ลดความแออัดในการรอคอยเข้าเส้นทางบริเวณหน้ากิ่วแม่ปาน อีกทั้งสอดคล้องกับการเรียนรู้และพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวในปัจจุบันอีกด้วย

 

“เอ็กโก กรุ๊ป และมูลนิธิไทยรักษ์ป่า มุ่งหวังให้การปรับปรุงเส้นทางฯ กิ่วแม่ปานนี้ เป็นต้นแบบของ  ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อความยั่งยืนของระบบนิเวศอย่างแท้จริง เพราะการอนุรักษ์ดูแลสิ่งแวดล้อมไม่ใช่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นหน้าที่ของทุกคน โดยเฉพาะหากนักท่องเที่ยวสามารถร่วมกันรักษาคุณค่าของป่าเมฆและห้องเรียนธรรมชาติป่าต้นน้ำแห่งนี้ จะเป็นกำลังสำคัญต่อ การเปลี่ยนแปลง ที่ช่วยให้กิ่วแม่ปานเป็นมรดกทางธรรมชาติที่ยังคงอยู่ เพื่อส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นได้ต่อไป” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สายบริหารองค์กร เอ็กโก กรุ๊ป และกรรมการมูลนิธิไทยรักษ์ป่า กล่าวสรุป

;