เอ็กโก กรุ๊ป คิกออฟ “คลังน้ำมันขอนแก่น” ภายใต้การดำเนินงานของ “ทีพีเอ็น” เสริมทัพธุรกิจเชื้อเพลิงและสาธารณูปโภค

ข่าวสารและความเคลื่อนไหว

เอ็กโก กรุ๊ป คิกออฟ “คลังน้ำมันขอนแก่น” ภายใต้การดำเนินงานของ “ทีพีเอ็น” เสริมทัพธุรกิจเชื้อเพลิงและสาธารณูปโภค

7 กันยายน 2565

บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็กโก กรุ๊ป โดยบริษัท ไทย ไปป์ไลน์ เน็ตเวิร์ค จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างเอ็กโก กรุ๊ป และ บริษัท เพาเวอร์ โซลูชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) เปิดให้บริการ “คลังน้ำมันขอนแก่น” ภายใต้โครงการขยายระบบขนส่งน้ำมันทางท่อไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ “ทีพีเอ็น” อย่างเป็นทางการ โดยได้จัดพิธีต้อนรับรถบรรทุกน้ำมันคันแรกของบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เข้าสู่คลังน้ำมันขอนแก่น เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2565 ซึ่งมีนางสาวอรทิพา มงคลสวัสดิ์ (ขวาสุด) ผู้จัดการฝ่ายบริหารโครงการ และนายณัชพน มนูพรประภา (ซ้ายสุด) ผู้จัดการส่วนบริหารโครงการ 2 เอ็กโก กรุ๊ป เป็นผู้แทนบริษัทฯ ร่วมเป็นสักขีพยานและแสดงความยินดี




การเปิดให้บริการคลังน้ำมันดังกล่าว นับเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์การแตกไลน์ธุรกิจของเอ็กโก กรุ๊ป จากการผลิตไฟฟ้าไปยังธุรกิจเชื้อเพลิงและสาธารณูปโภค ซึ่งเป็นธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวเนื่อง โดยจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งเชิงยุทธศาสตร์ให้แก่เอ็กโก กรุ๊ป ในการก้าวสู่การเป็นผู้ดำเนินธุรกิจพลังงานครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตลอดจนช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและความสมดุลของพอร์ตโฟลิโอของเอ็กโก กรุ๊ป

สำหรับคลังน้ำมันขอนแก่นเป็นคลังน้ำมันแห่งใหม่ ที่มีความทันสมัยและมีขนาดใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งอยู่ที่อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น บนพื้นที่ประมาณ 200 ไร่ มีความจุถังน้ำมันรวม 157 ล้านลิตร จึงเป็นทางเลือกใหม่ของผู้ค้าน้ำมันในการช่วยกักเก็บและบริหารการขนส่งน้ำมัน ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

นอกจากนี้ คลังน้ำมันขอนแก่นยังเชื่อมต่อและเป็นส่วนหนึ่งของโครงการขยายระบบขนส่งน้ำมันทางท่อไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ “ทีพีเอ็น” จังหวัดสระบุรี-จังหวัดขอนแก่น ที่มีเส้นทางผ่าน 55 ตำบล 18 อำเภอ 5 จังหวัด ระยะทางรวม 342 กิโลเมตร มีกำลังการขนส่งน้ำมันทางท่ออยู่ที่ 5,443 ล้านลิตรต่อปี และสามารถขยายกำลังการขนส่งเพิ่มเป็นสูงสุด 7,330 ล้านลิตรต่อปี หากความต้องการน้ำมันในภาคขนส่งเพิ่มขึ้นในอนาคต ซึ่งกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของโครงการฯ คือบริษัทค้าน้ำมันทั้งในประเทศไทยและใน สปป.ลาว 

เมื่อโครงการ “ทีพีเอ็น” เปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ทั้งเครือข่ายในเร็ว ๆ นี้ จะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งน้ำมันมายังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ลดปัญหาการจราจรและอุบัติเหตุบนท้องถนน ตลอดจนช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 80,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี หรือเปรียบเทียบได้กับการปลูกป่ามากถึง 67,000 ไร่ ซึ่งช่วยสนับสนุนเป้าหมายของสังคมโลกที่มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutral) และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ในขณะเดียวกัน บริษัทน้ำมันที่เป็นผู้ใช้บริการท่อขนส่งน้ำมันและคลังน้ำมัน “ทีพีเอ็น” ยังสามารถนำตัวเลขการลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกไปคำนวณเป็นคาร์บอนเครดิตของตนเองได้อีกด้วย